วันจันทร์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

โรงงานหรรษา

จากที่ข้าพเจ้าได้สอบถามญาติที่ทำงานในโรงงานน้ำมันปาล์มแห่งหนึ่งในจังหวัดกระบี่ ซึ่งเป้าหมายในการทำงานของเขาในที่นี้คือ เงิน เงินที่ว่านี้คือ เงินโบนัสในแต่ละปีที่ทางโรงงานได้มอบแก่พนักงานที่มาทำงานตรงตามเวลาที่ทางโรงงานได้กำหนดถ้าหากว่าใครทำตรงกับเป้าหมายที่ทางโรงงานได้กำหนด เงินโบนัสในปีนั้นที่จะไดรับก็จะได้เป็นพิเศษหน่อย ซึ่งญาติของข้าพเจ้าได้บอกว่าเขาไม่เคยหยุดงานและไม่เคยมาสายเลยแเงินโบนัสที่จะได้รับก็จะพิเศษไปด้วย นี่แหละคือแรงจูงใจที่ทำให้มาทำงานตรงตามจุดประสงค์ของโรงงาน
สิ่งที่ได้กล่าวมาข้างต้นนี้ได้ตรงกับทฏษฎีของ เฟรดดอริก เฮิร์ซเบร์ก ซึ่งเขาได้เสนอทฤษฎี การจูงใจกับสุขวิทยาและได้เจาะจงลงไปอีกว่า ความต้องการของคนงานขององค์กรหรือการจูงใจในการทำงาน

(โดย นางสาว วาสนา ชลเขตต์ รปศ.531 เลขที่ 30)

กลอนวันครู









ขอน้อมจิต วันทา บูชาท่าน
แด่อาจารย์ ผู้สั่งสอน ตอนศิษย์เขลา
เปรียบดั่งแม่ คนที่สอง ตอนยังเยาว์
ท่านคอยเฝ้า สอนสั่ง ทุกครั้งไป
ขอก้มกราบ เคารพ นบน้อมจิต
จากใจศิษย์ สู่ใจครู ผู้ผ่องใส
สองมือกราบ ขอบคุณ อย่างอุ่นใจ
จากนี้ไป จะจดจำ คำสอนครู

โดย(นางสาวอรวรรณ แซ่บ่าง ห้องรปศ 531)

ทฤษฎี x ทฤษฎี y

จากที่ข้าพเจ้าได้ติดตามข่าวเหตุบ้านการเมืองก็ได้รู้ว่าการเมืองสมัยนี้มีการมองคนในแง่ร้ายเป็นส่วนมาก เช่นนักการเมืองอีกพักหนึ่งใส่ร้ายป้ายสีนักการเมืองอีกพักหนึ่งทั้งในแง่ดีและแง่ร้าย ซึ่งส่งผลให้ประชาชนที่รับข่าวสารได้รับข่าวสารที่ผิด ๆ ซึ่งประชาชนบางคนได้มองนักการเมืองในแง่ร้ายไปด้วย แต่มีประชาชนบางกลุ่มได้มองในแง่ดี เช่น เห็นด้วยกับการทำงานของนักการเมืองบางกลุ่ม
ข้อความที่ได้กล่าวมาข้างต้นนี้ได้ตรงกับทฤษฎีของ ดักลาส แมคเกรเกอร์ ซึ่งได้ศึกษาโดยให้หัวข้อเป็น ทฤษฎี x และทฤษฎี y โดย x จะมองในแง่ร้าย แต่ y จะมองในแง่ดี


(โดย นางสาว ณัฐนารี หาญประสาญกิจ รปศ.531 เลขที่ 12)

กลอนวันครู

ถึงวันครูให้รำลึกอยู่ในจิต
ผู้ฝึกคิดฝึกอ่านและสั่งสอน
จริยธรรมคุณธรรมเป็นอาภร
ครูพร่ำสอนจรเด็กให้เป็นคน
ครั้งละบาทนับไม่ควรค่าเรือจ้าง
ที่ทั้งสร้างแบะคิดประสิทธิผล
ครูสร้างคนสร้างชาติดั่งเครื่องกล
บังเกิดผลอันดีศรีชาติเอย

(โดย นายนิวัฒน์ อำหมัด รปศ.531 เลขที่ 18)

กลอนวันครู

กลอนวันครู ^_^

ศิษย์ทุกคนเกิดมาต้องมีครู
ท่านคือผู้สร้างวิชาให้แกร่งกล้า
ให้ความรู้สอนความดีไม่เหนื่อยล้า
คือผู้มาสั่งสอนคอยอบรม
รวมร้อยรักร้อยใจก้มกราบครู
ร่วมเชิดชูคุณงามที่สร้างสม
เหล่าบรรดาศิษย์นั้นก็ชื่นชม
ต่างประณมมือกราบด้วยใจจริง


(โดย นางสาวปริญญา สร้าหลัก รปศ.531 เลขที่)

วันจันทร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

เรียนหรรษา

สิ่งที่จะกล่าวต่อไปนี้มีส่วนเกี่ยวกับทฤษฎีที่ได้เรียนมาในคาบวิชาความรู้เบื้องต้นของอาจารย์ปนัดดาซึ่งอาจารย์ได้สอนข้าพเจ้าในหลายทฤษฎี แต่มีอยู่ทฤษฎีหนึ่งที่ข้าพเจ้าสนใจ
จากที่ข้าพได้ดูสภาพแวดล้อมรอบตัวของข้าพเจ้าข้าพเจ้าได้เห็นว่าเพื่อน ๆ นักศึกษาไม่สนใจในอาจารย์ผู้สอนในเวลาที่มีอาการง่วงหรือหิวข้าว แต่เมื่อเวลาที่อาจารย์บอกว่าอีก 10 นาที จะมีการพักเพื่อน ๆ นักศึกษาที่มีอาการง่วงและหิวจะมีอาการดีใจและตาสว่างขึ้นมาทันที
จากความคิดซึ่งกล่าวมาข้างต้นก็ตรงกับทฤษฎีของ เอลตัน เมโย ซึ่งเขาได้ศึกษาทดลองที่เมือง ฮอว์ธอร์น เกี่ยวกับประสิทธิภาพของการทำงานในโรงงานย่านฮอว์ธอร์น


(โดย นายนิวัฒน์ อำหมัด รปศ.531 เลขที่ 18)

หลักการบริหาร

หลักการบริหาร
สาระสำคัญของแนวความคิดของกูลิค และเออร์(Gulick and urwick) สรุปได้ดังนี้
1 หลักและประสิทธิภาพ

ประสิทธิภาพเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดของการบริหาร และเพื่อที่จะให้การบริหารในทุกหน่วยงานที่มีประสิทธิภาพ
จะต้องมีการแบ่งงานตามความเหมาะสมและความถนัดของคนงาน

2 หลักการจัดองค์กร
การแบ่งงานกันภายในองค์การ ทำให้เกิดหน่วยงานย่อยต่างๆจำนวนมาก เพื่อให้การจัดการระบบประสานงานระหว่างหน่วยงานย่อยเหล่านั้นดำเนินไปด้วยดี อาจยึดหลักการใดหลักการหนึ่งใน4รูปแบบดังนี้

รูปแบบที่1 หลักการจัดองค์กรตามวัตถุประสงค์
รูปแบบที่2 หลักการจัดองค์การตามกระบวนการ
รูปแบบที่3 หลักการจัดองค์การตามสถานที่ตั้ง
รูปแบบที่4 หลักการจัดองค์การตามสถานที่
3.หลักการจัดโครงสร้างอำนาจภายในองค์การ
ประการที่1 หลักขอบข่ายการควบคุม
ประการที่2 หลักเอกภาพการบังคับบัญชา
ประการที่3 หลักการจัดหมวดหมู่กรมกองภายในองค์การต้องคำนึงหลักความกลมกลืน
4.หลักเกี่ยวกับหน้าที่ของหัวหน้าฝ่ายบริหาร
ที่เรียกสั้นๆว่า POSDCORB ได้มาจากตัวอักษรนำหน้าคำเต็มสรุปได้ดั้งนี้
P-Planning = การวางแผน
O-Organizing =การจัดการองค์การ
S-Staffing =การบริหารงานบุคคล
D-Directing =การสั่งการ
CO-Coordinating=การประสานงาน
R-Reporting =การรายงานผล
B-Budgeting =การงบประมาณ

จากที่ผมได้ฝึกงานที่โรงกลึงมาผมคิดว่าแนวคิดนี้ใช้กับโรงกลึงได้คือ1นายจ้างมีการวางแผนงาน2.สั่งงานช่างตามความถนัด3ช่างจะต้องมีการประสานงานกันในการทำงาน4งบประมาณจะต้องตรงตามเป้าหมายและจุดประสงค์ของงาน4มีการรายงานผลกับนายจ้าง5นายจ้างตรวจดูงานก็จะทำให้งานสำเร็จไปได้ด้วยดี

คือสรุปแนวคิดของกูลิคและเออร์วิคได้ว่าทุกหน่วยงานจะต้องมีการแบ่งงานตามความเหมาะสมและความถนัดของคนงาน ดั้งนั้นถ้าผู้ปฏิบัติงานที่มีความรู้ ความสามารถ และความชำนาญในการปฏิบัติงานมากเท่าใดการบริหารงานก็บรรลุเป้าหมายได้ดีขึ้น ประสิทธิภาพก็มากขึ้นเท่านั้น

โดย(นาย เพิ่มพล บุตรราช รปศ 531 เลขที่23)

ลำดับขั้นความต้องการของมนุษย์

แนวคิดโดย ท่านอับราฮัม มาสโลว์ คือ ลำดับขั้นความต้องการของมนุษย์

ท่านอับราฮัม มาสโลว์ ได้เสนอทฤษฎี ลำดับขั้นของความต้องการโดยสมมติฐานของการจูงใจ
ไว้ 3 ประการ คือ 1. มนุษย์มีความต้องการไม่มีที่สิ้นสุด
2. ความต้องการของมนุษย์ที่ได้รับการตอบสนองแล้วจะไม่เป็นแรงจูงใจหรือเป็นสิ่งที่กระตุ้นสำหรับพฤติกรรมนั้นอีกต่อไป ความต้องการที่ไม่ได้รับการตอบสนองเท่านั้นจะมีอิทธิพลต่อการจูงใจ
3. ความต้องการของมนุษย์มีลักษณะเป็นลำดับขั้นจากต่ำไปหาสูงตามลำดับความสำคัญ เมื่อความต้องการขั้นต่ำได้รับการตอบสนอง ความต้องการขั้นสูงก็จะตามมา


ในปัจจุบันมนุษย์เรามีความต้องการที่แตกต่างและหลากหลาย ความต้องการบางอย่างอาจเป็นความต้องการที่เกินความจำเป็น เป็นความต้องการที่ไม่มีเหตุผล อาจจะเกิดจากสิ่งรอบข้าง หรือเกิดจากการโน้มเน้าเพื่อที่จะทำให้มนุษย์เกิดความต้องการ ความต้องการที่เด่นอย่างเห็นได้ชัดของมนุษย์เราอย่างแรกก็คือ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค ที่อยู่อาศัย และการพักผ่อนเป็นต้น ความต้องการเหล่านี้เป็นความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ เ มื่อมนุษย์ได้รับการตอบสนองความต้องการขั้นพื้นฐานแล้วก็จะเกิดความต้องการอย่างอื่นตามมาเรื่อยๆ เช่น ความต้องการทางด้านความปลอดภัย อาจจะเป็นความปลอดภัยจากอุบัติเหตุ ความปลอดภัยทางด้านร่างกาย เพราะผู้คนส่วนใหญ่จะเห็นความสำคัญทางด้านนี้มาก ร่างกายถือได้ว่าเป็นสิ่งที่สำคัญ หากเรามีร่างกายที่แข็งแรง เราก็จะสามารถใช้ชีวิตได้ อย่างมีความสุข อีกความต้องการหนึ่งก็คือ ความต้องการที่จะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ต้องการมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆของสังคม การอยู่ร่วมกันของคนในสังคมจะต้องเป็นการอยู่ร่วมกันแบบไม่เห็นแก่ตัว เป็นการช่วยเหลือเผื่อแผ่ มีความรักความสามัคคีต่อกัน จึงจะทำให้สังคมอยู่กันอย่างมีความสุข ในเมื่อเราได้รับการตอบสนองจากความต้องการที่ผ่านมาแล้ว ความต้องการต่อมาก็จะเป็นความต้องการที่จะได้รับการยกย่องหรือยอมรับจากผู้คนรอบข้าง ความต้องการในชั้นนี้จะมีความเข้มข้นสูงกว่าความต้องการทางด้านสังคม เพราะส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากความรู้สึกของบุคคล และความต้องการที่สำคัญที่สุดของมนุษย์ เราก็คือ ความต้องการที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต ทุกคนมีความฝันมีความหวัง และที่สำคัญมนุษย์ทุกคนหวังที่จะประสบผลสำเร็จ แต่จะต้องมีความพยายามที่สูงกว่าความต้องการอื่น จะต้องมีความมุ่งมั่นที่จะ หาทางตอบสนอง เพราะผลที่ได้รับนั้นอาจเปลี่ยนแปลงชีวิตของเรา และทำให้เรามีความสุข


จากสิ่งที่กล่าวมาข้างต้น ถือได้ว่ามนุษย์ทุกคนมีความต้องการที่ไม่สิ้นสุด ความต้องการแต่ละอย่างอาจมีความสำคัญที่แตกต่าง ความต้องการเหล่านี้อาจจะเข้ามามีอิทธิพลต่อชีวิตของเราได้ หากเราไม่รู้จักยับยั้งความต้องการ ปล่อยให้ความต้องการควบคุมพฤติกรรมและแสดงออกอย่างเห็นได้ชัด แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดที่มนุษย์ทุกคนต้องการ คือ การประสบผลสำเร็จและความสุขที่เกิดขึ้นกับชีวิต

( โดย นางสาว วาสนา ชลเขตต์ เลขที่ 30 รปศ.531 )

วันอาทิตย์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ทฤษฎีการจูงใจกับสุขวิทยา

จากการทีดิฉันได้สังเกตุเห็นว่า การดำเนินชีวิตของผู้คนมากมายหลายชนชั้น อย่างการดำเนินชีวิต ทั้งด้านที่อยู่อาศัย ด้านการงานและด้านอื่นๆอีกมากมาย ทำให้ดิฉันตระหนักถึงด้านจิตใจของผู้คนเหล่านั้นว่า มีความเต็มใจที่จะทำงานนั้นหรือไม่ เบื่อหน่ายกับการทำงานนั้นไม่





ดิฉันคิดว่างานที่ทุกคนทำอาจจะไม่ตรงกับงานที่อยากทำก็เป็นได้ ดังนั้น ในเมื่อเราได้งานนั้นแล้วก็ต้องทำให้ออกมาดีที่สุด และการที่จะทำให้คนงานมีความสุขในการทำงานสิ่งแรกคือผู้นำในการทำงาน อีกอย่างคือเพื่อนร่วมงาน ได้เพื่อนร่วมงานที่ดี การทำงานก็จะราบรื่นมีความสุข แต่ถ้าได้เพื่อนร่วมงานที่ไม่ดี ชีวิตการทำงานก็จะไม่มีความสุข อีกอย่างการทำงานหากรู้ว่า มีความผิดพลาดตรงใหน ต้องมีการแก้ไข และปรับปรุงข้อผิดพลาด และการทำงานต่างคนต่างฝันที่จะเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง มีหน้าที่การงานที่ดีขึ้น





จากการที่ดิฉันดิฉันได้เปรียนเทียบทฤษฎีของ เฮิร์ซเบิร์ก ได้เห็นว่าการทำงานของผู้คนในยุคนี้ได้สอดคล้องกับทฤษฎีของ เฮิร์ซเบิร์ก คือ งานที่ได้จากกการพอใจจะทำได้นาน แต่งานที่มาด้วยการจำใจ จะอยู่ได้ไม่นาน ต้องปรับตัวให้เข้ากับงานที

(นางสาวสกุลรัตน์ แดงเคลา รปศ.531 เลขที่ 34)

ลำดับขั้นความต้องการของมนุษย์

อับราฮัม มาสโลว์ ได้เสนอทฤษฎีลำดับขั้นของความต้องการ (hierarchy of Needs) โดยตั้งสมมติฐานของการจูงใจไว้ 3 ประการ คือ มนุษย์มีความต้องการอยู่ตลอดเวลาไม่มีการสิ้นสุด ความต้องการที่ได้รับการตอบสนองแล้วจะไม่เป็นแรงจูงใจหรือเป็นสิ่งกระตุ้นสำหรับพฤติกรรมอีกต่อไปและความต้องการของคนมีลักษณะเป็นลำดับขั้นจากต่ำไปหาสูงตามลำดับ
ทำให้ได้รู้ว่ามนุษย์เรานั้นมีความต้องการไม่รู้จักจบจักสิ้น มีสิ่งนี้แล้วก็ต้องการสิ่งอื่นๆอีกโดยเฉพาะในปัจจุบันนี้มีเทคโนโลยีใหม่ๆตลอดเวลามนุษย์เราก็ต้องตามแฟชั่น ถ้าคนไหนไม่ตามแฟชั่นก็ถือว่าล้าสมัย ตกแทรน แต่ความต้องการของมนุษย์เรานั้นไม่เหมือนกัน อยู่ที่ว่ามันจะมากหรือน้อย
ข้าพเจ้ามีเงินอยู่ก้อนหนึ่งแต่มีความต้องการ2อย่างคือ ต้องการนำเงินไปซื้อกระเป๋า และนำเงินไปลงทะเบียนเรียนสิ่งที่จำเป็นที่สุดคือนำเงินไปลงทะเบียนเรียนซึ่งสอดคล้องกับหลักการของอับราฮัม มาสโลว์

(นางสาวอรวรรณ แซ่บ่าง รปศ.531 เลขที่ 48)

ทฤษฎีลำดับขั้นตอนความต้องการของการจูงใจ ของท่าน อับราฮัม มาสโลว์

จากที่ได้ศึกษาแนวคิดของท่านอับราฮัม มาสโลว์ ท่านได้เสนอทฤษฎีลำดับขั้นตอนความต้องการของการจูงใจไว้ 3 ประการ
1. มนุษย์มีความต้องการอยู่ตลอดเวลาไม่มีการสิ้นสุด
2. ต้องการที่จะตอบสนองแล้วจะไม่เป็นแรงจูงใจ แต่ความต้องการที่ไม่ได้รับการตอบสนองจะมีอิทธิพลต่อการจูงใจ
3. ต้องการคนที่มีลักษณะจากต่ำไปสูงตามลำดับความสำคัญ คือ ความต้องการขั้นต่ำได้รับการสนองแล้วความต้องการขั้นสูงก็ตามมา
ท่านอับราฮัม ได้แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็น 5 ขั้น
1. ความต้องการความมั่นคงทางกายภาพ เช่น อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค ที่อยู่อาศัยและการพักผ่อน เป็นต้น
2. ความต้องความมั่นคงปลอดภัย คือ ความปลอดภัยทางร่างกาย และความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจ
3. ความต้องการทางสังคม คือ การต้องการมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมของสังคม
4. ความต้องการการยกย่องและยอมรับ คือ การได้รับความเคารพยกย่องในสังคม หรือความมีชื่อเสียงเกียรติยศในสังคม
5. ความต้องการประจักษ์คุณค่าของตนเอง คือ ความสำเร็จหรือความสมหวังในชีวิตที่อยากจะทำและอยากจะเป็นในสิ่งที่ฝันไว้
ทำให้นึกถึงนักศึกษา คือ นักศึกษาที่เข้ามาศึกษาในมหาวิทยาลัยตอนเช้าต้องรับประทานอาหารก่อนที่จะเดินทางเข้าสู่มหาวิทยาลัย นักศึกษาบางคนเดินเท้า หรือขับจักรยานยนต์มา บางครั้งอาจจะเกิดอุบัติเหตุทำให้ไม่ปลอดภัย นักศึกษาจึงมีความจำเป็นที่ต้องทำบัตรประกันภัย นักศึกษาที่เข้ามาในมหาวิทยาลัย ปี 1 ทุกคนจะต้องทำกิจกรรมรับน้อง กิจกรรมของคณะและสาขาเป็นต้น นักศึกษาบางคนอาจจะมีผลการเรียนเด่นและกิจกรรมเด่น จึงได้รับการยอมรับในความรู้ความสามารถของตัวนักศึกษาที่ได้รับการยกย่อง สุดท้ายคือความประสบความสำเร็จของชีวิตที่ทำให้พ่อแม่ดีใจ และความสมหวังของนักศึกษาคือการได้รับปริญญาและการที่จะได้ทำงานที่ตัวเองได้คาดหวังและฝันเอาไว้
คนเราจะได้รับการตอบสนองการตอบสนองความต้องการลำดับใดลำดับหนึ่งจนเป็นที่พอใจแล้ว ต่อไปก็จะเกิดความต้องการในลำดับถัดไปขึ้นมา
(น.ส.ณัฐนรี หาญประสานกิจ รปศ.531 เลขที่ 12)

ณ วันนั้น


จากวันที่ 26 มิถุนายน พ.. 2553 ที่ได้มีอาจารย์พิเศษมาทดลองการสอนให้กับห้อง รปศ.531 อาจารย์ท่านนี้ได้ทำให้ดิฉันรู้จักบุคคลคนหนึ่งชื่อว่า เฮนรี่ เฟโยล์ ซึ่งท่านผู้นี้คือผู้ที่ให้แนวคิดหลักการบริหาร 14 ประการ และดิฉันก็มีความชื่นชอบในหลักการบริหาร 14 ประการของท่าน

ทำให้นึกถึงเหตุการณ์เหตุการณ์นึง ที่ันนึงงสัย านของพ่อแล้วได้ันนึกถึงแนวความคิดำงานมากขึ้นรตอกบัดเพื่อเข้าทำงานอย่างที่ตามโรงแรม หรือดรงพยาบาลเค้าทำกันได้ไปที่ทำงานของพ่อแล้วได้เดินผ่านไปเห็นมีการติดตั้งเครื่องสแกนลายนิ้วมือ ดิฉันสงสัยก็เลยถามพ่อว่าเครื่องนี้มันมีไว้ทำอะไร พ่อก็อธิบายว่าเครื่องนี้ใช้สแกนลายนิ้วมือสำหรับการลงชื่อของพนักงานตอนเข้าทำงานและตอนเลิกงาน เพื่อให้เกิดความมีระเบียบวินัยในการทำงานและการตรงต่อเวลาของพนักงานในการทำงานมากขึ้น เหตุการณ์ในวันนั้นทำให้ดิฉันนึกถึงแนวความคิดประการนึงของท่านเฟโยล์ คือ หลักความคิดประการที่ 6 เรื่องหลักความมีระเบียบ คือ การยอมรับและปฏิบัติตามข้อตกลงของสมาชิกในองค์การ โดยมุ่งให้เกิดความเคารพเชื่อฟังและทำงานตามหน้าที่ด้วนความตั้งใจ


เหตุการณ์ในวันนั้นทำให้คิดขึ้นมาได้ว่าการบริหารงานในทุกๆที่ก็ต้องการให้เกิดความมีระเบียบวินัยและต้องการให้ผู้ใต้บังคับบัญชานั้นเคารพและปฏิบัติตาม เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและผลประโยชน์สูงสุดในการทำงานของในแต่ละที่