วันจันทร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2553

ในการแต่งตั้ง นาย มงคล สุระสัจจะ ขึ้นดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย ก่อนที่ นาย มงคล จะขึ้นดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทยนั้น เขาดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมการปกครองซึ่งถือว่าเป็นกรมที่ใหญ่ที่สุดในกระทรวงมหาดไทยมาก่อน ซึ่งในการแต่งตั้งนั้น นาย เชาวรัตน์ ชาญวีรกุล รมว. มหาดไทย ถือว่าในการแต่งตั้งปลัดกระทรวงคนใหม่นั้น สมเหตุสมผลแล้วและเชื่อว่า จะสานงานปลัดคนเก่าได้ แต่ได้มีข่าวโจมตีว่า นาย มงคล เป็นคนสนิทของนาย เนวิน ซึ่งเป็นแกนนำพรรคภูมิใจไทย ซึ่งในการขึ้นดำรงตำแหน่งนี้ ได้มีข่าวออกดมาว่า นาย เนวิน ได้ผลักดัน นาย มงคล ขึ้นดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย
จากการแต่งตั้งปลัดกระทรวงมหาดไทย คนใหม่เกิดเสียงวิจารณ์ตามหลังออกมา ว่านานย มงคล ขึ้นมาดำรงตำแหน่งได้เพราะมีคนหนุนหลังอยู่ ซึ่งส่งผลให้เสียหายต่อกระทรวงมหาดไทยเป็นอย่างมาก ซึ่งในการบริหารงานของรัฐบาลนั้นไม่มีความมั่นคง ซึ่งส่งผลให้ฝ่ายบริหารของรัฐบาลถูกแทรกแซงจากนักการเมืองที่มีบารมี และสาเหตุที่ทำให้นักการเมืองผู้มีบารมีเข้ามามีบทบาท เพราะรัฐบาลนั้นไม่มีเสถียรภาพ เลยขาดความมั่นคงในการบริหาร
ดั้งนั้นจึงสรุปได้ว่า การเมืองนั้นไม่สามารถที่จะแยกออกจากฝ่ายบริหารได้ทั้ง ๆ ที่ท่าน นายกรู้อยู่ว่าในการจัดตั้งปลัดกระทรวงมหาดไทยในครั้งนี้มีคนหนุนหลังอยู่
โดย นายนิวัฒน์ อำหมัด เลขที่ 18 รปศ.531

วันศุกร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2553

ปลัดกระทรวงมหาดไทยคนใหม่ 53

การได้มาเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทยคนใหม่ของนาย มงคล สุระสัจจะ ในวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา แทนนาย มานิต วัฒนเสน ปลัดกระทรวงหมาดไทยที่จะเกษียรราชการเดือนกันยายนนี้ตามที่นาย ชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย เสนอชื่อข้าประชุม ครม. และมีนักการเมืองด้วยความสัมพันธ์ระดับหนึ่งสายตรงของนาย เนวิน ชิดชอบ กระโดดข้ามผู้ใหญ่ในกระทรวงที่มีความเหมาะสมที่จะเป็นปลัดกระทรวงคนใหม่


การบริหารกับการเมืองไม่สามารถแยกจากกันได้ เพราะเห็นผลประโยชน์ทางการเมืองด้วยเหมือนแนวคิดของท่าน มอร์สตีน มาร์ก ที่ว่าค่านิยมของการเมืองกับการบริหารงานบุคคลจึงไม่มีประโยชน์ในการแยกการบริหารออกจากการเมือง

วันอังคารที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2553

สมาชิกของกลุ่ม ที่จัดทำบล็อก we are the P.A.

นางสาวณัฐนรี หาญประสานกิจ
นายนิวัฒน์ อำหมัด
นางสาวปริญญา สร้างหลัก
นายเพิ่มพล บุตรราช
นางสาววาสนา ชลเขตต์
นางสาวสกุลรัตน์ แดงเคลา
นางสาวอรวรรณ แซ่บ่าง

มติจากคณะรัฐมนตรี แต่งตั้งนายมงคล สุระสัจจะ เป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย

มติจากคณะรัฐมนตรี แต่งตั้งนายมงคล สุระสัจจะ เป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย ในวันที่ 10 สิงหาคม พ..2553 แทนที่ นายมานิต วัฒนเสน ที่จะเกษียณราชการในเดือนกันยายนนี้ ก่อนหน้า นาย มงคล สุระสัจจะ ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการปกครอง เป็นกรมที่ใหญ่ที่สุดในกระทรวงมหาดไทย ซึ่งในการแต่งตั้งนั้น นายเชาวรัตน์ ชาญวีระกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเห็นว่าการแต่งตั้งปลัดกระทรวงมหาดไทย สมเหตุสมผลแล้วและเชื่อว่าจะประสานงานต่อจาก นายมานิต วัฒนเสน แต่มีข่าวโจมตีออกมาว่า นายมงคลเป็นคนสนิท ของนาย เนวิน ชิดชอบ ซึ้งเป็นแกนนำพรรคภูมิใจไทย ซึ่งในการขึ้นดำรงตำแหน่งในครั้งนี้ โดยมีข่าวออกมาว่า นาย เนวิน ชิดชอบ คอยผลักดันและสนับสนุนนาย มงคล สุระสัจจะอยู่ ซึ่งมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ความไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง ที่นาย มงคล ได้รับตำแหน่งปลักระทรวงมหาดไทย

จากการแต่งตั้ง ปลัดกระทรวงในครั้งนี้ ไม่สมควร เป็นอย่างมาก ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามหลังออกมา นาย มงคล สุระสัจจะ ดำรงตำแหน่งเพราะมีนักการเมืองหนุนหลังอยู่ ทำให้กระทรวงมหาดไทยเสียหายเป็นอย่างมาก

สรุปว่า ฝ่ายการเมืองต้องทำงานไปพร้อมกับฝ่ายบริหาร การทำงานของทั้งสองฝ่ายหากไม่ทำงานไปพร้อมๆกันก็จะเกิดปัญหาดังเช่นนี้ ดังนั้นฝ่ายการเมืองและฝ่ายบริหารไม่สามารถแยกออกจากกัน และการที่บุคลใดที่จะเข้ารับตำแหน่งต่างๆควรจะได้มาด้วยความสามรถของตนเอง ไม่ควรที่จะคดโกงหรือมีผู้ใดหนุนหลังให้ได้ตำแหน่งนั้นมา

นายมงคล สุระสัจจะ ปลัดกระทรวงมหาดไทยคนล่าสุด

คณะรัฐมนตรีมีมติแต่งตั้งนายมงคล สุระสัจจะ แต่งตั้งเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ที่ผ่านมา อธิบดีกรมการปกครอง เป็นปลัดกระทรวงมหาดไทยคนใหม่ แทนนายมานิต วัฒนเสน ปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่จะเกษียณราชการเดือนก.ย.นี้ ตามที่นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย เสนอชื่อเข้าที่ประชุมครม.

วิเคราะห์ข่าว

การเมืองไม่สามารถแยกออกจากการบริหารได้ เพราะต่างฝ่าย ต่างต้องพึ่งผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน ถ้าขาดฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไป ก็จะทำให้อีกฝ่ายขาดผลประโยชน์ได้

วันจันทร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2553

การแต่งตั้งปลัดกระทรวงมหาดไทยคนใหม่

การแต่งตั้งนายมงคล สุระสัจจะ อธิบดีกรมการปกครองขึ้นเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงการเข้าสู่ตำแหน่งนี้อย่างรวดเร็ว ซึ่งทั้งๆที่เพิ่งเป็นอธิบดีกรมการปกครองได้ไม่กี่เดือน
เป็นการแต่งตั้งข้ามหัวคนอื่นไม่คำนึงถึงความอาวุโส ซึ่งกรณของกระทรวงมหาดไทยไม่ได้เพี่งเกิดกรณีของนายมงคลเป็นครั้งแรกแต่เคยมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์มาแล้วหลายครั้ง
การที่นายมงคลได้ตำแน่งในครั้งนี้มีนักการเมืองอยู่เบื้องหลังนั่นคือนายเนวินชิดชอบ

การบริหารและการเมืองแยกออกจากกันไม่ได้ เพราะการบริหารงานของรัฐแท้จริงแล้วเป็นเรื่องของการเมือง นักการเมืองของรัฐทำหน้าที่เป็นนักการเมืองและบริการประชาชนไปพร้อมๆกัน ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางการเมืองซึ่งมีกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ นักบริหารจะต้องเลือกนโยบายที่เหมาะสม ต้องคำนึงถึงความต้องการของประชาชน ซึ่งสอดคล้องกับเป็นแนวคิดของพอล แอปเพิลบีที่ว่าการบริหารเป็นส่วนหนึ่งและไม่แยกออกจากการเมือง

โดยนางสาวอรวรรณ แซ่บ่าง ห้องรปศ 531 เลขที่ 48

วิพากษ์วิจารณ์การแต่งตั้งปลัดกระทรวงมหาดไทยคนใหม่

วิกฤตโยกย้าย ปัจจัยเสี่ยงรัฐบาล
·
ระบาดไปทั่วทุกหย่อมหญ้ากับ “วิกฤต” การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ซึ่งนับวันแผลใหม่ๆ จะค่อยๆ ผุดออกมาประจานรัฐบาล ที่มีข้อครหาเรื่องการซื้อขายตำแหน่งและเด็กเส้น เด็กฝาก มากที่สุดยุคหนึ่งพบการแต่งตั้ง “มงคล สุระสัจจะ” อธิบดีกรมการปกครองขึ้นมาเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงการเข้าสู่ตำแหน่งนี้อย่างรวดเร็ว ด้วยความสัมพันธ์ระดับ “สายตรง” ของ เนวินชิดชอบ
ยิ่งดูเส้นทางก้าวกระโดดที่เป็น ผวจ.บุรีรัมย์ ปีเดียว ก็ขยับขึ้นมาเป็นอธิบดีกรมพัฒนาชุมชน ปี 2552 ตามด้วยอธิบดีกรมการปกครอง ปี 2553 เพียงแค่ 4 เดือน ก่อนขึ้นชั้นเป็นปลัดกระทรวง
จน “ปู่จิ้น” ชวรัตน์ ชาญวีรกูล มท.1 ออกมาอธิบายปรากฏการณ์ครั้งนี้แบบติดตลกว่า “อาจเป็นเพราะเขามียาดี ยาดีก็บำรุงร่างกายให้โต”
สรุปประเด็น

ตามหลักแนวคิดของ วูดโรว์ วิลสัน ควรแยกการบริหารออกจากการเมืองเพราะการบริหารบ้านเมืองถ้ามี

การแทรกแซงหรือผลประโยชน์มาเกี่ยวข้องจะทำให้การทำงานเป็นไปด้วยความล้าช้าและไม่มีประสิทธิภาพ
และจะทำให้ประเทศชาติไม่เจริญ
นายเพิ่มพล บุตรราช รปศ 531 เลขที่ 23

วันเสาร์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2553

มงคง สุระสัจจะ กับเก้าอี้ตัวใหม่ ปลัด กท.มหาดไทย


การได้มาซึ่งตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทยในคราวนี้ ดูจะไม่สะอาด เพราะมีการก้าวกระโดดของตำแหน่งอย่างเห็นได้ชัดเจน โดยมีการก้าวข้ามหัวผู้ใหญ่หลายคนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมและอาวุโสมากกว่า
คุณมงคล สุระสัจจะ โดยมีนักการเมืองอยู่เบื้องหลังการได้มาซึ่งตำแหน่งในครั้งนี้ คือนาย เนวิน ชิดชอบ ซึ่งเป็นคนที่เปรียบได้ว่า เป็นผู้อยู่เบื้องหลังพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นเสาค้ำยันรัฐบาล คือ เสียงในสภาส่วนใหญ่ที่คอยให้การสนับสนุนรัฐบาลเป็นเสียงของส.ส.กลุ่มเพื่อนเนวิน

การบริหารในปัจจุบันไม่สามารถแยกออกจากการเมืองได้ เพราะเป็นเีรื่องของผลประโยชน์ที่เอื้อกันซะเป็นส่วนใหญ่ การกำหนดนโยบาย การแต่งตั้งใครจะต้องผ่านความเห็นชอบ และได้รับการสนับสนุนของทั้งฝ่ายการเมืองและฝ่ายบริหาร เพื่อให้ผลการทำงานนั้นเป็นที่ยอมรับได้ง่าย ดังเช่นแนวความคิดที่ว่าด้วยการบริหารไม่สามารถแยกออกจากการเมืองได้ ของฟริทซ์ มอร์สตีน มาร์ก สิ่งที่ออกมาจากฝ่ายการเมืองนอกจากจะขึ้นอยู่กับฝ่ายบริหารแล้วยังต้องขึ้นอยู่กับกลุ่มผลประโยชน์อื่นๆอีกด้วย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาข้อขัดแย้งขึ้นภายในกลุ่มการทำงานนั้นๆและต้องการให้ผลลัพธ์เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย